เมื่อฉันเกือบฆ่าตัวตาย.. ด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ

“เมื่อฉันเกือบฆ่าตัวตาย.. ด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ”

จั่วหัวได้น่ากลัว แต่ทว่า..

นี่ไม่ใช่บล็อกสารภาพการฆ่าตัวตาย แต่มันเกือบเกิดอุบัติเหตุต่างหาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล้างห้องน้ำด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำขวดสีม่วง

ระหว่างกำลังเทๆ ขัดๆ ไป มันก็หมดลง เหลือพื้นที่อีกประมาณ 50×50 sq.cm. ที่ไม่ได้ลงน้ำยา

ด้วยความที่คิดสั้น ก็เลยไปหยิบไฮเตอร์มา (เครื่องซักผ้าอยู่หน้าห้องน้ำ)

ในหัวมีความคิด “คดีในโคนัน ตอนนั้นมันเอาอะไรผสมกับอะไรนะ คลอไรด์ กับอะไรสักอย่าง…”

“ไฮเตอร์เป็นคลอไรด์ใช่ปะวะ กลิ่นออกจะคลอรีนขนาดนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ใช้ไฮเตอร์นิดเดียวเอง”

หมายเหตุ* ใครที่อ่าน “โคนัน” คงจะพอนึกออกนะคะ คดีที่พี่สาวฆ่าน้องสาวในห้องน้ำ โดยตั้งใจให้น้องสาวเป็นคนไปซื้อน้ำยาล้างห้องน้ำสองชนิดมา ซึ่งเมื่อผสมกันแล้วจะเกิดก๊าซคลอรีน หรือก๊าซอะไรสักอย่าง แต่น้องสาวเป็นห่วงพี่ ก็เลยซื้อมาแบบที่เป็นคลอไรด์ทั้งคู่ เมื่อพี่สาวลงมือฆาตกรรมน้องเลยไม่เกิดก๊าซขึ้น นางเลยเชือดข้อมือน้องเอาดื้อๆ

เอาล่ะ กลับมาที่ห้องน้ำของเรา

ข้าพเจ้าทำการเทไฮเตอร์ลงไปเพียง “หนึ่งฝา” เท่านั้น

แล้วก็เริ่มขัด ขัด ขัด อย่างเมามัน

แค่นาทีเดียวเท่านั้นแหละ กลิ่นมาละ กลิ่นมาอย่างแรง กลิ่นแบบไฮเตอร์เลย (คิดว่าเป็นกลิ่นคลอไรด์สักอย่าง)

โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

“ไม่น่าเลยกู๊วววววววว”

อีนี่หนีตาย วิ่งมาตรงอ่างล้างจาน เปิดน้ำใส่กะละมังอย่างแรง แล้วสูดอากาศตรงผิวน้ำในกะละมัง

แล้วบ้านเราเป็นแค่สี่เหลี่ยมเล็กๆ เหมือนคอนโดสตูดิโอแบบนั้น

ออกจากห้องน้ำมา ก็เป็นห้องกินข้าว+ครัว

แล้วก็มีประตูเข้าห้องนอน แค่นั้น

เพราะฉะนั้นตอนนี้ก๊าซมันกระจายไปทั่วห้องกินข้าวแล้ว อากาศที่หายใจแทบไม่มี

วิ่งไปปิดประตูห้องนอน แล้วเปิดประตูบ้านทิ้งไว้อย่างไว

กลั้นใจ เติมน้ำในกะละมัง แล้วยกไปเทราดห้องน้ำ แล้วกลับมาสูดอากาศตรงกะละมังใหม่

ทำแบบนี้ 4-5 รอบ กลิ่นก๊าซหน้าห้องน้ำจางลง

อ้อระหว่างนี้ เอาทิชชู่ชุดน้ำ ปิดจมูกไปด้วย แต่แทบไม่ช่วยอะไร

หยิบขวดไฮเตอร์มาอ่าน ก็ไม่ช่วยอะไรกูเลย – -”

พอกลิ่นเริ่มจาง ก็เอาพัดลม เปิดหันหน้าออกจากห้องน้ำ

ด้วยความคิดว่า มันน่าจะช่วยดูดอากาศออกจากห้องน้ำ

ณ จุดนั้น เวลาประมาณตีหนึ่ง น้ำก็ยังไม่ได้อาบ

ไม่อาบน้ำแปรงฟันก่อนนอนก็ไม่ได้

รอไปประมาณชั่วโมงนึง เข้าไปหลบภัยในห้องนอน

อากาศในห้องน้ำโอเคมาก แทบไม่มีกลิ่นเหลือ

แต่ห้องกินข้าวนี่แบบ.. เต็มไปด้วยกลิ่นก๊าซ แต่ไม่แรงมากแล้ว

พุ่งตัวอาบน้ำอย่างไว แล้วหนีตายเข้าห้องนอน

มีความวิตกว่า ก๊าซมันจะลอดใต้ประตูห้องนอนเราเข้ามามั้ย

อยากเปิดประตูบ้านทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ แต่เดี๋ยวขโมยเข้า

โอย ชีวิต T^T

ตื่นเช้ามา กลิ่นก๊าซหน้าห้องนอนยังแรงติดจมูกอยู่

จนกระทั่งอีกหนึ่งวันผ่านไป กลิ่นถึงได้หมดลง

ไม่เอาอีกแล้วจ้าไฮเตอร์กับห้องน้ำเนี่ย

เพิ่มเติม*

หาข้อมูลมาจาก http://www.ra.mahidol.ac.th/poisoncenter/bulletin/bul97/v5n1/Chlorine.html ได้ความว่า

“ส่วนในบ้านเรือนอาจจะมีก๊าซคลอรีนเกิดขึ้นได้เมื่อท่อระบายน้ำตัน ทำให้มีการผสมกันระหว่างสารฟอกผ้าขาว หรือน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดที่มี hypochlorite กับน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดที่มีแอมโมเนีย ปฏิกริยาที่เกิดจะทำให้ได้กรดไฮโปคลอรัส”

อือ… ชัดเลย

22 thoughts on “เมื่อฉันเกือบฆ่าตัวตาย.. ด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ

  1. ขนาด ดูโคนันแล้วนะคุณพี่ เกือบต้องหามไปโรงบาลเลยงะ น่ากลัวจริงร้ำยาซักล้างกับขัดห้องน้ำก็ฆ่าคนได้

  2. การทดลองเป็นเรื่องดีครับ แต่ระวังนิดนึงด้านความปลอดภัยก่อนครับ ในที่นี้ยอมรับว่าได้ผลอย่างคาดไม่ถึงเหมือนกัน แค่หนึ่งฝาเองนะ

  3. พึ่งล้างตะกี้ค่ะ แสบหน้าอกมากๆเลย คิดไม่ถึงจริงๆ

  4. เป็นเหมือนกันค่ะวันนี้น้ำยาล้างห้องน้ำกับไฮเตอผสมกันแล้วสุดเข้าไปเต็มๆเรยค่ะตอนนี้ก็หายใจติดๆขัดๆเป็นกังวนมากเรยค่ะไม่น่าเรย

    • พยายามดื่มน้ำเยอะๆ นั่งในที่อากาศถ่ายเทค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้นก็ลองไปให้หมอเช็คดูนะคะ

      • เราจะเป็นอะไรไหมค่ะตอบหน่อนนะค่ะ

      • เป็นเหมือนกันน่ากลัวจะไม่ทำอีกเเล้วใครอ่านตอบหน่อยนะค่ะจะมีอันตรายไหมกับชีวิตตอบหน่อยนะค่ะ

      • รอดูอาการก่อนนะคะ ปกติถ้าได้รับสารไม่เยอะเกินไปร่างกายจะกำจัดออกเองได้ค่ะ แต่ถ้ายังคงหายใจไม่ออกควรไปหาหมอนะค้า

  5. เเล้วพี่ละค่ะเป็นอะไรไหมค่ะตอบหน่อยนะค่ะ

    • ขอโทษนะค่ะเเค่อยากถามว่าพี่มีอาการอะไรไหมค่ะอย่าด่ากันนะค่ะถ้าหนูพูดอะไรผิดขอโทษด้วยค่ะ

      • โอ๊ย!!!จะลบมันลบไม่ได้ง่ะพี่ค่ะหนูขอโทษๆๆอย่างมากๆๆๆๆนะค่ะหนูพยายามจะลบไม่ได้หนูขอโทษๆ

  6. ไม่เป็นไรค่ะ พี่เป็นแค่วันนั้นเท่านั้นอะจ้ะ ถ้าเรายังมึนหัวหรือหายใจติดขัดควรไปหาหมอนะ

  7. ของหนูใส่ไฮเตอร์3ช้อนเล็กเเละใส่นำ้ยาล้างห้องนำ้เป็ดสีชมพู5ช้อนเล็กเเละคนๆมันเกิดฟองฟูออกมาเเล้วกลิ่นเหมือนไฮเตอร์รีบๆออก

  8. เเล้วออกมาดื่มนำ้กลับไปกลั้นหายใจเเทใส่ที่ร่องนำ้หายใจ2-3รอบเหละค่ะ พี่ตอบหน่อยนะค่ะขอร้องเเละพอออกมาก็มานอนไม่มีอาการไดๆเกิดค่ะช่วยตอบหน่อยนะค่ะพี่นะค่ะพี่

  9. เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ใช้ไฮเตอร์ล้างห้องน้ำค่ะ เราไม่ทราบนะคะว่าใช่สาเหตุนี้หรือเปล่า ที่ทำให้เราประสบกับเหตุการณ์ปอดขวารั่ว เพราะหมอบอกว่าปอดของเรารั่วโดยไม่ทรายสาเหตุ คือหมอหาสาเหตุไม่เจอน่ะค่ะ

    ขออนุญาตขอพื้นที่เล่าประสบการณ์ที่แย่ที่สุดในชีวิตที่จำได้ไม่มีวันลืม ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ เป็นอุทาหรณ์ อาจจะยาวหน่อย ถ้าพิมพ์ผิด ตกหล่นตรงไหน ต้องขอโทษด้วยนะคะ

    ของเราเป็นเหมือน จขกท.เลยค่ะ พอดีล้างห้องน้ำ แล้วห้องน้ำเราค่อนข้างกว้าง พอดีเทน้ำยาล้างห้องน้ำไปแปปเดียว มันหมดค่ะ เลยแอบสังเกตเห็นว่ามีไฮเตอร์ที่เอามาซักผ้าขาว ก็เลยไปหยิบไฮเตอร์มา ตอนนั้นไม่ได้เอ๊ะใจอะไรเลย เพราะตั้งแต่เกิดไม่เคยใช้เจ้าตัวนี้มาก่อนเลย แต่พอดีเสื้อสีตกใส่ผ้าขาว เลยซื้อมาใช้แค่ครั้งเดียว แล้วมันเหลือ เห็นบนฉลากมันบอกว่าล้างทำความสะอาดคราบบนพื้นได้ ก็หยิบมันราดตามพื้นเลย รู้สึกว่าราดเยอะพอใช้ได้ แล้วก็ถูๆ กลิ่นเริ่มมาแล้ว กลิ่นโครตแรงมาก น้ำตาไหล แสบตา แต่ก็ยังฝืนขัดต่อไปนะ ไม่ได้ใส่ผ้าปิดจมูกอะไรเลยทั้งสิ้น แล้วแปลกใจมากคือ พื้นกระเบื้องห้องน้ำสะอาดเหมือนซื้อมาใหม่เลยค่ะ เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นกรดกัดรุนแรง

    ทนจนล้างเสร็จเลย รู้สึกขมคอ แล้วหายใจไม่ออกมากๆ เลยเปิดประตูห้องน้ำตั้งไว้ กลิ่นนี่ตลบอบอวลไปทั่วบ้านเลยค่ะ หายใจก็รู้สึกว่ามันยังมีกลิ่นติดอยู่ที่จมูก ก็พยายามหายใจออกบ่อยๆ กินน้ำ หลังจากนั้น พอล้างห้องน้ำครั้งต่อไป(เป็นครั้งที่ 2 และครั้งสุดท้ายของการใช้ไฮเตอร์ในการล้างห้องน้ำ) เราก็ใช้ไฮเตอร์มาผสมกับน้ำยางล้างห้องน้ำอีกครั้ง ด้วยความที่คิดว่าเห็นพื้นมันสะอาดดี ครั้งนี้ก็เลยพยายามราดนิดเดียวจริงๆแต่ก็มีกลิ่น ก็ใส่แมสปิดจมูก แต่ก็ยังมีกลิ่นรอดออกมาได้ ครั้งนี้เราทนไม่ไหวแระ ก็เลยพยายามล้างให้เสร็จๆไป ซึ่งเราคิดว่าไม่น่าเลยที่ใช้ไฮเตอร์อีก เป็นการคิดที่ผิดมากๆ

    หลังจากนั้นผ่านมา 1 เดือนกว่า เราก็ไม่ใช้ไฮเตอร์อีกเลย แล้วอยู่ดีๆวันนึง เราตื่นมารู้สึกเจ็บที่หน้าอก เหมือนอะไรแทงที่หน้าอก ทะลุไปข้างหลัง เจ็บมาก และก็หายใจไม่ออก พอเราคิดจะไปหาหมอ มันก็หายเจ็บ เราเลยไม่ไป (ช่างเป็นสิ่งที่ไม่น่าเลย) ก็คิดว่าอาจจะเจ็บเสียด จุก คือไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย พอผ่านไปสองวัน ไม่ไหวแล้วมันยังเจ็บเหมือนเดิม อาการเริ่มหนักขึ้น มันแบบหายใจไม่เต็มอิ่ม เหนื่อยง่าย เดินก็จะรู้ึสึกเจ็บตลอด นอนตะแขวงขวาก็ไม่ได้ เพราะหายใจไม่ออก และเจ็บรงหัวใจตรงกลางอกมากๆ ก็้ต้องตะแขงซ้ายตลอด เลยตัดสินใจบอกพ่อไปหาหมอ หมอคนแรก (หมอธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่เฉพาะทาง )สันนิษฐานว่า เยื่อหุ้มปอดเราอาจจะอักเสบค่ะ บอกว่าตอนนี้ไม่น่าเป็นอันรายมาก ให้กินยาตามที่หมอให้มา แล้วงดออกกำลังกาย ทำอะไรหนักๆที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บ แต่หมอบอกว่าที่น่าเป็นอันตรายคือ ถ้ามันไม่หาย ปอดอาจจะฉีกได้ เพราะตอนนี้หมอไม่สามารถมองเห็นได้ ต้อง x-ray อย่างเดียว

    หลังจากนั้นเราก็ทานยาตามที่หมอสั่งมาเกือบ1 อาทิตย์ แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นมาก เราก็พยายามหาข้อมูลตามเนต ว่าอาการเป็นยังไง มันจะส่งผลอันตรายหรือเปล่า แล้วมันก็ค่อนข้างอันตรายจริงๆค่ะ เราเริ่มรู้สึกกลัว ผ่านไป 1 อาทิตย์ พอมีโอกาสได้กลับบ้าน เราตั้งใจจะไปหาหมอเฉพาะทาง พอไป คลินิคหมอปิดค่ะ ปิดมาเกือบหลายอาทิตย์แล้ว ซวยอะไรอย่างนี้ ป้ายหน้าร้านแจ้งว่า เปิดอาทิตย์ถัดไป เราก็ไม่มีโอกาสได้ไปหาหมอเลย ก็ทิ้งไว้ 1 อาทิตย์

    ผ่านไป 2 อาทิตย์หลังจากการหาหมอครั้งแรก อาการเจ็บเสียดก็ทุเลาลงค่ะ แ่ต่ยังหายใจไม่ค่อยคล่อง นอนตะแขงซ้ายเหมือนเดิม เหนื่อยบ่อยมาก มีวันนึงลอง ไม่รู้คิดอะไร ลองกระโดดย้ำอยู่กับที่ ก็รู้สึกเจ็บมาก แ่ต่สิ่งที่ผิดปกติคือ ตอนที่เรากระโดดเหมือนมันมีถุงน้ำหรือถุงลม ขยับขึ้นลงตามจังหวะกระโดดด้วย เรารู้สึกว่าปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว มันเป็นภัยเงียบแน่ๆ มัน2 อาทิตย์แล้ว ซึ่งเพื่อนๆอาจจะงงว่าทำไมเราไม่ไปหาหมอตั้งแต่แรกๆให้มันจบๆ คือช่วงนี้เรากำลังฝึกงานอยู่นะ ฝึกมาเดือนนึงแล้ว เพิ่งมาเป็นตอนเดือนที่สอง แล้วฝึกทุกวันยกเว้นอาทิตย์ เราก็ไม่ค่อยสะดวกหรืออยากลาบ่อย เพราะพอลาที่ไร พี่ๆไม่ค่อยพอใจ แล้วด้วยงานที่ฝึกนั้น ต้องเดิน วิ่งเหยาะ ใช้ความคล่องแคล่ว และงานเยอะทุกวัน ทุกครั้งที่เราขยับคือจะเจ็บ บอกพี่ๆก็ไม่มีผลอะไรเลย ยังใช้งานหนักๆเหมือนเดิม TT

    ครั้งนี้เลยตัดสินใจว่าจะไปหาหมอแน่ๆ ไปวันอาทิตย์ค่ะ จำได้แม่นเลย ่ไปหาคลินิคหมอเฉพาะทาง รอคิวยาวมาก พอถึงคิวก็บอกอาการหมอ หมอบอกว่า ฟังแล้วดูอันตราย เหมือนปอดอาจจะฉีกขาดหรือรั่ว เพราะอาการที่เราเล่ามันใกล้เคียงกันเลย เลยบอกเราว่า จะไป x-ray ที่รพ.มั้ย แล้วเอาผลมาให้หมออ่าน แต่ถ้าไม่อยาก x-ray ก็อาจจะเสี่ยงหัวใจหยุดเต้นหรือช็อคได้ ตอนนั้นเลยตัดสินใจไป x-ray ที่รพ. แล้วเอาผลมาให้หมออ่าน ตอนนั้นเราไม่ได้เปิดดูผล x-ray มาก่อนเลย ยกมือไหว้พระขอให้ปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นร้ายแรง แต่สิ่งที่เราขอ มันตรงกันข้าม

    หมอเปิดดูแผ่น x-ray ทำสีหน้าไม่ดี และหันมาบอกว่า ปอดขวาเรารั่วนะ รั่วไป 80% แล้ว เหลืออยู่นิดเดียว แล้วชี้ให้เราดูว่าที่เรากระโดดแล้วมันเหมือนมีถุงลม ก็คือเจ้านี่เองค่ะ แล้วที่เจ็บหน้าอกตอนนอนตะแขงขวา เพราะถุงลมนี้ไปเบียดหัวใจเรา หมอบอกว่า ต้องเจาะปอดเอาลมออกจากปอด เป็นวินาทีที่น้ำตาเราออกมา ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยต้องมาผ่าตัดอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ถามหมอว่า ไม่ทำได้มั้ย มีทางอื่นมั้ย หมอบอกว่า มีแค่ทางนนี้ทางเดียว ถ้าไม่ทำก็ไม่มีวันที่ลมจะออกมา ก็เจ็บอยู่แบบนี้แหละ และหัวใจอาจจะหยุดเต้นหรือช็อคได้

    หมอทำเรื่องเขียนใบส่งตัวให้เราไปผ่าตัดที่รพ.กระทันเลย บอกว่าไปตอนนี้เลย ณ ตอนนั้นเรามึน คิดอะไรไม่ออกเลย แม่เราบอกหมอว่า ขอกลับบ้านให้เราไปเตรียมใจก่อน เราก็กลับบ้านไปร้องไห้ พยายามหาในเนตว่ามีเคสแบบเรามั้ย ก็เจอนะ เป็นโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องผ่าตัดเจาะอย่างเดียว เราตัดสินใจว่า จะกลับไปฝึกงานต่อดีหรือเปล่า เพราะพรุ่งนี้วันจันทร์ แต่แม่บอกว่า พรุ่งนี้ลองไปหาหมอที่รพ.ดูให้แน่ชัดอีกรอบ พ่อและแม่บอกเราว่าไปรักษาให้หายๆเถอะ เพราะท่านอยากอยู่กับเรานานๆ

    วันรุ่งขึ้น ตื่นแต่เช้าไปหาหมอที่รพ.เลยค่ะ รอคิวแปปเดียวเพราะได้ใบส่งตัวเคสฉุกเฉินมา เราถูกส่งตัวไปหาหมอเฉพาะทางโรคปอดและทรวงอก หมอบอกว่าฟิลม์ x-ray ที่เราถ่ายมานั้น มันค่อนข้างมองเห็นไม่ชัดเลย ให้เราไป x-ray มาใหม่ เพื่อความชัดเจน เราเลยไป x-ray และยังหวังว่าขอให้ไม่ผ่าตัด แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่เราขอเสมอ หมอตกใจมากเมื่อเห็นผลล่าสุดที่ไปถ่ายมา หมอเทียบกับแผ่นฟิล์มอันเก่า และบอกว่า “หนู ปอดหนูรั่วมาเยอะมากเลยนะ เยอะจากเมื่อวานเลย (ซึ่งห่างกันแค่คืนเดียวเอง แต่ลดไปเยอะ) ไม่ช็อคก็บุญโขแล้ว ปล่อยมาตั้ง 2 อาทิตย์ ” คือเราจำคำพูดได้แม่นค่ะ

    หมอบอกว่า ต้องแอดมิด นอนรพ. เลยนะ เดี๋ยวจะทำเรื่องผ่าตัดวันนี้ช่วงบ่ายเลย เรานี่ร้องไห้ค่ะ คือเรากลัว เราเป็นคนกลัวเลือด กลัวมีดหมอค่ะ เราก็ไม่ได้อยากเกิดมากลัวอะไรแบบนี้เลยค่ะ เราบอกว่าไม่ทำได้มั้ย หมอบอกว่า เลี่ยงไม่ได้ ต้องทำ หมอบอกว่าไม่เจ็บหรอก จะฉีดยาแก้ปวดให้ก่อนจะฉีดยาชา จะได้ลดความปวด ขอข้ามการผ่าตัดเลยนะคะ คือมันเจ็บมากค่ะ เราขอฉีดยาชา 2 เข็ม เพราะเข็มแรกออกฤทธ์ช้าค่ะ พอฉีดได้สักพัก หมอนวดๆ ก็ใช้มีกรีดเลยค่ะ เอาท่อยัดเข้าไปในปอด จำได้ทุกขั้นตอนผ่าตัดเลย เสมือนไม่ได้ฉีดเลยค่ะ หลังจากผ่า หมอก็จะให้บุรุษพยาบาลมารับเราไป x-ray ผลตลอดทุกวัน ว่าปอดเราเข้าที่มั้ย แล้วมันรั่วเพราะอะไร

    สาเหตุที่รั่ว หมอไม่เจอค่ะ หมอบอกว่าเราปอดรั่วโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมีน้อยมาก เจอแค่ 2% (เราน่าดีใจมั้ยที่เราเป็น 555 ช่างโชคร้ายจัง พยายามหัวเราะ ไม่อยากเศร้าอยู่ตลอด) หมอบอกว่าโรคนี้ ส่วนใหญ่มันจะรั่วเพราะซี่โครงแทง หรือสูบบุหรี่เท่านั้น แต่หมอเจอคราบแคลเซียมเกาะอยู่ที่ปอดเราค่ะ หมอบอกว่ามันอาจจะไม่ได้ส่งผลอะไร แต่เพื่อความสบายใจ ให้เรามา x-ray คอมพิวเตอร์ดูทีหลัง หลังจากพักฟื้น (เราค่อนข้างโชคดีตรงที่ว่า เราผ่านช่วงผ่าตัดมาได้และพักฟื้นค่อนข้าวเร็ว จนหมอเอ๊ะใจ 555) น้ำหนักเราลดไป 5 กิโลแนะ เพราะกินอะไรไม่ลงเลย ทุกวันนี้หมอก็ยังนัด x-ray อยู่นะ เพื่อดูปอดเราตลอด เราก็ไม่ทราบหรอกนะว่าทำไมเราถึงเป็น จนแม่มาทักมาว่าเป็นเพราะวันนั้นที่เราใช้ไฮเตอร์ล้างห้องน้ำหรือเปล่า อาจจะมีส่วนที่สูดมันเข้าไป แล้วเราอาจจะแพ้ ทุกวันนี้กลัวไฮเตอร์มากค่ะ เห็นมันทีไร จะนึกถึงความเจ็บตอนผ่าตัดมาก เราก็ไม่มั่นใจนะคะว่าใช่สาเหตุนี้หรือเปล่า แต่คิดว่าน่าจะมีส่วนเพราะระบบทางเดินหายใจ ยังไงก็เก็บบทเรียนของเราที่รู้ไม่เท่าถึงการ มาเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้ระมัดระวังกันนะคะ

    อย่างน้อยประสบการณ์แย่ๆครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า คนที่คอยอยู่เคียงข้างเรา ให้กำลังใจเราในยามที่เราท้อ ไมมีหวัง ก็คือพ่อแม่ และน้องชายค่ะ ให้รู้ว่าเมื่อคุณท้อ เจออะไรแย่ๆ คุณอาจจะโชคดีกว่า ที่เกิดมายังไม่ได้ผ่าตัดเหมือนเรา หรือใครบางคนที่นอนเจ็บอยู่ที่รพ.

    ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ

    • อ่านแล้วเห็นภาพความแย่ตามเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้หายขาดได้ไม่ต้องไป x-ray ตลอดแล้วนะคะ เรื่องไฮเตอร์ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ แต่ที่แน่ๆ อย่าเอามาผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำอีกเลยดีกว่าค่ะ 😓

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s